OPT หลังเรียนจบอเมริกา ไม่ง่าย แต่เป็นไปได้: ประสบการณ์ที่พี่อยากเล่าให้น้องฟัง

เรื่องเล่าจากรุ่นพี่

หลังเรียนจบปริญญาในอเมริกา หลายคนอาจคิดว่า “โล่งแล้ว” แต่ความจริงคือ…อีกด่านสำคัญกำลังเริ่มต้น นั่นคือ การหางานช่วง OPT

พี่ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี ทั้งตื่นเต้น กังวล และตั้งคำถามกับตัวเองซ้ำ ๆ จะหางานได้มั้ย? บริษัทจะรับเรามั้ย? ภาษาเราจะดีพอรึเปล่า? และอีกเยอะแยะมากมาย 

วันนี้พี่เลยอยากมาแชร์ ทั้งการวางแผนหางาน สมัครงาน รวมถึง ทางหนีทีไร่ ถ้าเรายังหางานในเวลาที่กำหนดไม่ได้ 

มารู้จัก OPT กันก่อน 

OPT ย่อมาจาก  Optional Practical Training โปรแกรมที่อนุญาตให้นักเรียนต่างชาติที่มีวีซ่า F-1 ในสหรัฐอเมริกาทำงานชั่วคราวได้นานถึง 12 เดือน ซึ่งงานจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับสายที่เรียน นักเรียนวีซ่า F-1 มีสิทธิ์ได้รับ OPT หลังจากจบปีการศึกษาแรก หากเราใช้ OPT 12 เดือนไปแล้ว และตัดสินใจเรียนต่อ ซึ่งหากเราเรียนจบการศึกษาที่ 2 สิทธิ์การใช้ OPT ก็จะไม่ได้แล้ว เนื่องจากเราได้ใช้ไปแล้วในการจบการศึกษาแรก หากใช้บางส่วน ก็จะเหลือส่วนที่เหลือที่สามารถใช้ได้ 

วันนี้พี่จะมาแชร์ ประสบการณ์ตรงของพี่ หลังเรียนจบปริญญาโท สาขา Teaching English to Speakers of Other Languages หรือ เรียกสั้นๆว่า TESOL (ทีซอล) นั่นเอง 

โดยส่วนตัวพี่จะเป็นคนที่ถ้ามีอะไรไม่มั่นใจเกี่ยวกับวีซ่า การเดินทางออกนอกอเมริกา พี่จะติดต่อ DSO ตลอด เพื่อไม่ให้พลาด พอถึงเรื่องของ OPT พี่ติดต่อล่วงหน้าค่อนข้างมาก หางาน ส่ง resume คุยกับคนในคณะ นอกคณะ เพื่อเพิ่ม connections แต่!!! หาไม่ง่าย และก็เข้าใจได้ว่างานสายเรา สำหรับนักเรียนต่างชาติ หาไม่ง่าย จนใกล้ถึง deadline ระยะเวลาหางานแล้วววว พี่เรื่องอัพเดทระบบเป็น self employed ไป คือ ธุรกิจที่ทำอาจจะยังไม่สร้างรายได้ แต่สอดคล้องกับสิ่งที่เรียนมา ก็ได้อยู่ ^ ^ 

ไม่ลดละ อัพเดทระบบ self employed ไปแล้ว ยังสมัครงานต่อไปเรื่อยๆ จนมีเพื่อนที่เรียนด้วยกัน แนะนำว่ามีโรงเรียนภาษาใน downtown รับสมัครครูสอนคอส TOEFL อยู่ สมัครซิ รออะไรรรรร และแล้ว และแล้ว ก็ผ่านสัมภาษณ์ ได้

TimeLine 

การหางานช่วง OPT (Optional Practical Training) ต้องทำควบคู่ไปกับการยื่นขออนุญาต โดยเริ่มจากการขอคำแนะนำจากโรงเรียน (DSO; Designated School Officials หนึ่งในผู้กำกับดูแลนักเรียน นักศึกษาต่างชาติเป็นหลัก) ยื่นฟอร์ม I-765 ต่อ USCIS ก่อนเรียนจบ 90 วัน จนถึง 60 วันหลังจบการศึกษา เมื่อได้รับ EAD Card แล้วจึงเริ่มทำงานได้ โดยงานต้องเกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนและต้องรายงานสถานะการจ้างงานผ่าน SEVP Portal เพื่อไม่ให้เกินกำหนด Unemployment Days. 

ขั้นตอน

  1. เตรียมตัวและยื่นเอกสาร (ก่อนเรียนจบ 3-4 เดือน):
    • พบ DSO เพื่อทำเรื่องขอ OPT ลงในระบบ SEVIS.
    • ยื่นคำร้อง I-765 ไปยัง USCIS (ภายใน 90 วันก่อนจบ หรือ 60 วันหลังจบ).
  2. เริ่มหางาน (ระหว่างรอ EAD Card):
    • สมัครงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสาขาที่เรียน (Directly related to your field of study).
    • สมัครงานผ่าน LinkedIn, เว็บไซต์หางาน, หรือ Networking.
  3. รับข้อเสนอและตรวจสอบเงื่อนไข:
    • ตรวจสอบว่างานที่ได้รับเป็นงาน Part-time (อย่างน้อย 20 ชม./สัปดาห์) หรือ Full-time.
    • ตรวจสอบว่าบริษัทมีความเข้าใจเรื่อง OPT และสามารถออกจดหมายจ้างงาน (Offer Letter) ที่ระบุหน้าที่งานชัดเจน.
  4. รอ EAD Card และเริ่มงาน:
    • เมื่อได้รับ EAD Card แล้ว จึงจะเริ่มทำงานตามวันที่ระบุได้.
    • ข้อควรระวัง: ห้ามทำงานก่อนวันที่เริ่มใน EAD.
  5. รายงานตัว (Reporting):
    • รายงานข้อมูลการจ้างงานใหม่ภายใน 10 วัน ผ่าน SEVP Portal.
    • แจ้ง DSO เมื่อมีการเปลี่ยนงาน หรือข้อมูลการติดต่อเปลี่ยน.
  6. รักษาสถานภาพ:
    • ห้ามตกงานเกิน 90 วัน (สำหรับ OPT ปกติ) หรือ 150 วัน (สำหรับ STEM Extension). 

คราวนี้ ถ้าเราหางานไม่ได้ ภายในเวลาที่กำหนด ต้องทำยังไง

  1. เดินทางออกจากอเมริกา กลับไทย เพื่อป้องกันการ Overstay ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการขอวีซ่าในอนาคต
  2. เราสามารถเป็นเจ้านายตัวเอง Self-employed ได้ ซึ่งเราต้องแจ้งและสามารถอธิบายการดำเนินการธุรกิจของเราได้ 

ระหว่างที่ทำ self employed เราสามารถหางานควบคู่กันไปได้ หากได้งานเราก้เพียงต้องเข้าไปอัพเดทใน SEVP Portal.

  • F1 Visa: เจาะลึก OPT (Optional Practical Training) – rakoonda
  • May 8, 2568 BE — OPT = Optional Practical Training คือสิทธิ์ในการทำงานที่ “เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียน” สำหรับนักเรียน F1 โดยสามารถเลือกทำงานได้ ก่อน…

ถ้าน้องกำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ พี่อยากบอกว่า น้องไม่ได้คิดอยู่คนเดียว และความรู้สึกนี้ “ปกติมาก”

ประสบการณ์ตรงจากตัวพี่ และ ความคิดเห็นส่วนตัว ที่ลองแล้วใช้ได้จริง

ก่อนอื่นเลย สำหรับน้องๆที่ใกล้เรียนจบ วางแผนการหางานช่วง OPT กันดีๆ 

ควรเริ่มหางานเมื่อไหร่ 

ต้อง report เรื่องงาน


ความจริงของการหางานช่วง OPT (ที่ไม่มีใครบอกตั้งแต่แรก)

การหางานในอเมริกา ไม่ได้ง่าย แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด สิ่งที่พี่ได้เรียนรู้คือ

  • เราอาจต้องส่งใบสมัครหลายร้อยที่กว่าจะได้สัมภาษณ์
  • บางครั้งเงียบ…ไม่มีการตอบกลับ ซึ่งไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง
  • บริษัทไม่ได้ดูแค่เกรด แต่ดู ทัศนคติ ความตั้งใจ และการสื่อสาร

พี่เคยถูกปฏิเสธ
เคยรู้สึกท้อ
แต่ทุกครั้งที่ล้ม พี่ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และเก่งขึ้นจริง ๆ


สิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยพี่ผ่านช่วง OPT มาได้

พี่อยากแชร์สิ่งที่ช่วยพี่ในตอนนั้น เผื่อจะเป็นประโยชน์กับน้อง

  • เริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ยังเรียน
    ทำอินเทิร์น ทำโปรเจกต์ เก็บประสบการณ์ให้มากที่สุด
  • อย่ากลัวที่จะถามและขอคำแนะนำ
    จากอาจารย์ รุ่นพี่ หรือ Career Center ของมหาวิทยาลัย
  • เปิดใจให้โอกาสหลายรูปแบบ
    งานแรกอาจไม่ใช่งานในฝัน แต่เป็น “ประตูบานแรก” ที่สำคัญมาก
  • เชื่อในตัวเอง
    เพราะการที่น้องมาเรียนถึงอเมริกาได้ แปลว่าน้องมีศักยภาพอยู่แล้ว

ถึงน้องที่กำลังฝันอยากเรียนต่ออเมริกา

เส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
แต่เป็นเส้นทางที่ พาเราเติบโตจริง ๆ

ถ้าน้องกำลังลังเล กลัว หรือยังไม่มั่นใจ
พี่อยากบอกว่า

พี่เคยอยู่ตรงนั้นมาก่อน
และพี่ผ่านมันมาได้

ถ้ามีคนคอยให้คำแนะนำตั้งแต่วันแรก
การเรียนต่อและการวางแผนอนาคตจะชัดเจนขึ้นมาก

พวกเราพร้อมอยู่ข้างน้อง
ตั้งแต่เลือกเรียน สมัครเรียน
ไปจนถึงการเตรียมตัวใช้ชีวิตและหางานหลังเรียนจบ 🤍

ความฝันของน้อง เป็นไปได้จริง ถ้าน้องเริ่มต้นอย่างถูกทาง


ถ้าต้องการเวอร์ชัน

  • สั้นลงสำหรับหน้า Landing page
  • แยกเป็นบทความ Blog
  • หรือปรับให้เหมาะกับสาย STEM / Business / IT

บอกพี่ได้เลย เดี๋ยวจัดให้ตรงแบรนด์ที่สุด ✨

การหางานช่วง OPT (Optional Practical Training) ต้องทำควบคู่ไปกับการยื่นขออนุญาต โดยเริ่มจากการขอคำแนะนำจากโรงเรียน (DSO) ยื่นฟอร์ม I-765 ต่อ USCIS ก่อนเรียนจบ 90 วัน จนถึง 60 วันหลังจบการศึกษา เมื่อได้รับ EAD Card แล้วจึงเริ่มทำงานได้ โดยงานต้องเกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนและต้องรายงานสถานะการจ้างงานผ่าน SEVP Portal เพื่อไม่ให้เกินกำหนด Unemployment Days. 

ขั้นตอนการหางานช่วง OPT แบบละเอียด

  1. เตรียมตัวและยื่นเอกสาร (ก่อนเรียนจบ 3-4 เดือน):
    • พบ DSO เพื่อทำเรื่องขอ OPT ลงในระบบ SEVIS.
    • ยื่นคำร้อง I-765 ไปยัง USCIS (ภายใน 90 วันก่อนจบ หรือ 60 วันหลังจบ).
  2. เริ่มหางาน (ระหว่างรอ EAD Card):
    • สมัครงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสาขาที่เรียน (Directly related to your field of study).
    • สมัครงานผ่าน LinkedIn, เว็บไซต์หางาน, หรือ Networking.
  3. รับข้อเสนอและตรวจสอบเงื่อนไข:
    • ตรวจสอบว่างานที่ได้รับเป็นงาน Part-time (อย่างน้อย 20 ชม./สัปดาห์) หรือ Full-time.
    • ตรวจสอบว่าบริษัทมีความเข้าใจเรื่อง OPT และสามารถออกจดหมายจ้างงาน (Offer Letter) ที่ระบุหน้าที่งานชัดเจน.
  4. รอ EAD Card และเริ่มงาน:
    • เมื่อได้รับ EAD Card แล้ว จึงจะเริ่มทำงานตามวันที่ระบุได้.
    • ข้อควรระวัง: ห้ามทำงานก่อนวันที่เริ่มใน EAD.
  5. รายงานตัว (Reporting):
    • รายงานข้อมูลการจ้างงานใหม่ภายใน 10 วัน ผ่าน SEVP Portal.
    • แจ้ง DSO เมื่อมีการเปลี่ยนงาน หรือข้อมูลการติดต่อเปลี่ยน.
  6. รักษาสถานภาพ:
    • ห้ามตกงานเกิน 90 วัน (สำหรับ OPT ปกติ) หรือ 150 วัน (สำหรับ STEM Extension).
Facebook
X
LinkedIn
Email
Facebook

บทความอื่น ๆ