easy2go-service-icon-01
secondary-ic
easy2go-service-icon-05
easy2go-service-icon-03

🇺🇸 ทำไมต้องเรียนต่อที่อเมริกา?

สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเรียนต่างชาติทั่วโลก ด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น และโอกาสในการพัฒนาตัวเองทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นสาขา STEM, ธุรกิจ, ศิลปะ หรือสังคมศาสตร์ อเมริกาก็มีตัวเลือกที่หลากหลายให้กับนักเรียนทุกสาย

⭐ จุดเด่นของการเรียนต่อที่อเมริกา (USA)

1. 🎓 มหาวิทยาลัยติดอันดับโลก

อเมริกาเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยระดับโลก เช่น Harvard, MIT, Stanford, Yale และอีกมากมายที่ติดอันดับ Top 100 ของโลกอย่างสม่ำเสมอ

2. 🧠 ระบบการศึกษาที่เน้นความคิดสร้างสรรค์และวิจารณญาณ

สหรัฐฯ ส่งเสริมให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ ตั้งคำถาม และกล้าแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน ไม่ใช่แค่ท่องจำ

3. 🎯 เลือกเรียนได้หลากหลาย สลับหรือผสมสาขาได้

มีหลักสูตรหลากหลายให้เลือก เช่น double major, minor, elective ทำให้นักเรียนสามารถปรับแผนการเรียนให้ตรงกับเป้าหมายชีวิตและอาชีพ

4. 💼 โอกาสฝึกงานและทำงานจริง

มีโปรแกรมฝึกงาน CPT และทำงานหลังเรียนจบ OPT (สูงสุด 3 ปีสำหรับสาย STEM) เปิดโอกาสให้เก็บประสบการณ์จริงกับบริษัทชั้นนำ

5. 🌍 สังคมนานาชาติ

มหาวิทยาลัยอเมริกันเต็มไปด้วยนักศึกษาจากทั่วโลก นักเรียนจะได้เรียนรู้และใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

6. 🧳 โอกาสพัฒนาตนเองรอบด้าน

ทั้งในด้านวิชาการ ทักษะภาษาอังกฤษ ความเป็นผู้นำ และการใช้ชีวิตอย่างอิสระในต่างประเทศ ช่วยเพิ่มความมั่นใจและความพร้อมสำหรับอนาคต

7. 📍 สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมและโอกาส

ทั้งด้านธุรกิจ เทคโนโลยี ศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เรียนจบแล้วมีโอกาสมากขึ้นในการเริ่มต้นอาชีพที่มั่นคง

🏫 ระบบการศึกษาในอเมริกา

ระบบการศึกษาของสหรัฐฯ ขึ้นชื่อเรื่องความยืดหยุ่นและส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ นักเรียนสามารถเลือกวิชาเรียน (electives) ได้ตามความสนใจ รวมถึงเปลี่ยนหรือผสมสาขาวิชาได้

  • Public University – มหาวิทยาลัยของรัฐ ค่าเรียนถูกกว่า private
  • Private University – มหาวิทยาลัยเอกชน คุณภาพสูง มีชื่อเสียงระดับโลก
  • Community College – เรียน 2 ปี แล้วโอนเข้า university (pathway ประหยัดค่าใช้จ่าย)

🎓 ระดับการศึกษาที่เปิดรับในอเมริกา

ระดับ
ระยะเวลา
หมายเหตุ
6 เดือนขึ้นไป
ไม่มีพื้นฐานก็สมัครได้ หลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนเรียนต่อหรือทำงาน
– มหาวิทยาลัยรัฐ (Public University): $20,000 – $35,000 ต่อปี
– มหาวิทยาลัยเอกชน (Private University): $30,000 – $50,000 ต่อปี
High School / Secondary School
1–4 ปี
สำหรับนักเรียนอายุ 14–18 ปี สามารถเทียบชั้นและย้ายเข้าเรียนได้
Foundation / Pathway
6 เดือน – 1 ปี
สำหรับผู้ที่ GPA หรือภาษาไม่ถึงเกณฑ์ปริญญาตรีหรือโท
Associate Degree
2 ปี
สายอาชีพ/เตรียมต่อป.ตรี ได้วุฒิจาก Community College
ปริญญาตรี (Bachelor’s)
4 ปี
ยืดหยุ่นสูง เลือก Major/Minor ได้ เปลี่ยนสาขาระหว่างเรียนได้
Graduate Certificate / Diploma
6 เดือน – 1 ปี
เพิ่มความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น Business, IT, Data
ปริญญาโท (Master’s)
1–2 ปี
มีทั้งแบบ Coursework, Research และ Professional
ปริญญาเอก (PhD / Doctoral)
3–7 ปี
ต้องมี Proposal และหาที่ปรึกษาวิจัย อาจรวมงานสอนหรือวิจัยในมหาวิทยาลัย

📅 ปีการศึกษา

มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่แบ่งเป็น 2 ภาคเรียน:

  • Fall Semester: สิงหาคม/กันยายน – ธันวาคม
  • Spring Semester: มกราคม – พฤษภาคม
  • Summer Session: มิถุนายน – สิงหาคม (ไม่บังคับ ขึ้นอยู่กับนักเรียน)

โดยทั่วไปหนึ่งปีการศึกษา = 2 ภาคเรียนหลัก (Fall และ Spring)

💼 วีซ่านักเรียน & การทำงานระหว่างเรียน

นักเรียนต่างชาติต้องถือ วีซ่า F-1

  • สามารถทำงานในมหาวิทยาลัยได้ (ไม่เกิน 20 ชม./สัปดาห์ระหว่างเปิดเทอม)
  • หลังเรียนจบสามารถทำ Optional Practical Training (OPT) ได้สูงสุด 1 ปี (บางสาขาเช่น STEM ได้ถึง 3 ปี)
  • บางหลักสูตรมี CPT (Curricular Practical Training) ทำงานร่วมกับการเรียน

ความแตกต่างระหว่าง CPT และ OPT

🔍 สรุปเปรียบเทียบ

ด้านเวลาใช้งาน
CPT ระหว่างเรียน
OPT ระหว่างหรือหลังเรียน
ต้องเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร
✅ ใช่
❌ ไม่จำเป็น
ต้องได้รับอนุญาตจาก
มหาวิทยาลัย
USCIS
ต้องมี EAD
❌ ไม่ต้อง
✅ ต้องมี
ระยะเวลา
ไม่จำกัด (แต่อย่าเกิน 12 เดือน Full-time)
สูงสุด 12 เดือน (หรือ 36 เดือนถ้า STEM)
เงินเดือน
ได้ทั้งแบบมีหรือไม่มีค่าตอบแทน
ได้ทั้งแบบมีหรือไม่มีค่าตอบแทน

นักเรียนต่างชาติที่เรียนจบในสหรัฐอเมริกาและมีวีซ่านักเรียน (F-1) สามารถทำงานภายใต้โครงการ OPT (Optional Practical Training) หลังเรียนจบได้ หากต้องการทำงานต่อและมีนายจ้างที่ต้องการจ้างในระยะยาว นักเรียนสามารถสมัครวีซ่าทำงาน H1-B ได้ ซึ่งเป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่มีความรู้ความสามารถพิเศษ

💰 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ

  • ค่าเล่าเรียน (Tuition):
    • มหาวิทยาลัยของรัฐ: $15,000–$30,000/ปี
    • มหาวิทยาลัยเอกชน: $30,000–$60,000+/ปี
  • ค่าครองชีพ: $10,000–$20,000/ปี (ขึ้นอยู่กับเมืองที่อยู่)
  • รวมทั้งหมด: ประมาณ 800,000 – 2,500,000 บาท/ปี

หมายเหตุ: มีทุนบางส่วนจากมหาวิทยาลัยให้กับนักศึกษาต่างชาติ

🏙️ เมืองยอดนิยมในการเรียน

  • New York City – ศูนย์กลางธุรกิจ สื่อ และศิลปะ
  • Boston – เมืองการศึกษา มีมหาวิทยาลัยดัง เช่น Harvard, MIT
  • San Francisco / Los Angeles – เมืองเทคโนโลยี & สายครีเอทีฟ
  • Chicago / Seattle / Austin – เมืองน่าอยู่ ติดอันดับเมืองนักเรียนต่างชาติ

👤 เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการเรียนในระบบที่ ยืดหยุ่น และ เลือกเรียนตามความสนใจ
  • ผู้ที่ต้องการประสบการณ์แบบ multicultural และฝึกใช้ ภาษาอังกฤษจริงจัง
  • ผู้ที่วางแผนทำงานต่างประเทศ หรือหาโอกาสอยู่ต่อผ่าน OPT/STEM
  • ผู้ที่พร้อมปรับตัว และมีเป้าหมายชัดเจนในการเรียน & อาชีพในอนาคต

“เรียนต่อต่างประเทศให้เป็นเรื่องง่าย กับ Easy Go Abroad เลือกหลักสูตรที่ใช่
เมืองที่ชอบ เราดูแลให้ครบทุกขั้นตอน หายห่วง ไร้กังวล พร้อมก้าวสู่อนาคต"